ตร.ปะคำ รวบ 2 มือปืน ฆ่าหนุ่มวัย 45 คาไร่มัน คาดโยงถึงพ่อเลี้ยงจ้างวาน

4 กันยายน 2566
เกาะติดข่าว กดติดตาม โซเชี่ยล ระยอง

ตร.ปะคำ ตามรวบลุง 69 ปี และเพื่อน 56 ปี หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกันฆ่าหนุ่มวัย 45 ระหว่างไปเฝ้าไร่มันสำปะหลัง ที่มีคนมาขโมยขุดเป็นประจำ แต่ผู้ต้องหายังปฏิเสธ จนท.เชื่อมีหลักฐานเชื่อมโยง ขณะที่เรียกพ่อเลี้ยงไปสอบ แต่ไม่พบหลักฐาน

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 66 พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รอง ผบก.ก.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.จุลฑิตย์ กิตติรงค์ ผกก.สภ.ปะคำ, พ.ต.อ. ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวร ผกก.กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ นำหมายศาลจังหวัดนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะ” เข้าควบคุมตัว นายมานพ รอดวินิจ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.6 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ และนายสมบัติ บำรุง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.11 ต.หนองบัว อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ หลังตำรวจสืบสวนจนแน่ใจว่าได้เป็นคนลงมือใช้อาวุธปืนยิง นายมานพ หรือโต่ย พั่วชู อายุ 45 ปี ที่อยู่ 410/2 ม.8 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา ระหว่างนายโต่ยไปเฝ้าไร่มันของตัวเอง โดยสภาพศพมีร่องรอยการถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด บริเวณต้นคอ หน้าอก และแผ่นหลัง ฝ่ามือซ้ายถูกยิงทะลุอีก 1 แผล คาดว่าเป็นช่วงที่เอามือมาป้องกันตัว

 

 

หลังเกิดเหตุตำรวจต้องทำงานกันอย่างหนัก เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่เคยมีศัตรู และที่เกิดเหตุซึ่งเป็นไร่มันสำปะหลังอยู่ หมู่ 17 บ้านทรายทอง ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ ซึ่งอยู่คนละหมู่บ้านของผู้เสียชีวิต ไม่พบหลักฐานใดตกในที่เกิดเหตุ ไม่มีกล้องวงจรปิดเชื่อมโยงเพราะอยู่ในไร่ ถึงขั้นเรียกตรวจโทรศัพท์มือถือของชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน อีกทั้งยังไม่พบประเด็นเชื่อมโยง หรือแรงจูงใจของคนก่อเหตุว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ถึงแม้ชาวบ้านจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโต่ย น่าจะไปเผชิญหน้ากับโจรขโมยมันสำปะหลัง แล้วถูกคนร้ายลงมือฆ่าปิดปาก แต่ไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง

ขณะที่ นายมานพ รอดวินิจ และนายสมบัติได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นการเสียชีวิตของนายโต่ย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ตำรวจมั่นใจพยานหลักฐาน ทั้งการนำตัวไปเข้าเครื่องจับเท็จ, สัญญาณโทรศัพท์ของทั้งสองอยู่ในบริเวณพบศพตรงกับวันและเวลาเกิดเหตุ แต่ทั้งสองกลับอ้างว่าไม่เคยเข้าไปในไร่มันฯ และยังพบประวัตินายมานพเคยมีคดีฆ่าคนตายมาก่อน แต่ศาลยกฟ้อง

สอบถาม นางสุนีย์รัตน์ กิจติพงศ์ภากร อายุ 68 ปี แม่นายโต่ย เล่าว่า ถ้าตำรวจจับได้ก็เป็นเรื่องดี ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบว่าคนร้ายมีปัญหาอะไรกับลูกชาย ประกอบกับลูกชายมักจะไปไหนโดยไม่ได้บอกให้พ่อแม่ทราบ

 

ด้านนายอัครวัฒน์ จิตติพงษ์ภากร อายุ 66 ปี สามีนางสุนีย์รัตน์ และเป็นพ่อเลี้ยงนายโต่ย ยอมรับว่าเคยรู้จักกับนายมานพผู้ต้องหามาก่อน ครั้งที่เคยจ้างวานให้มาตัดต้นไม้ให้ เคยไปคุยกันที่บ้านนายมานพ เรื่องมวยกับเรื่องไก่ชน ส่วนแรงจูงใจตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนเรื่องมันสำปะหลังหายเกิดขึ้นทุกปี ไม่เคยจับใครได้

นายอัครวัฒน์ ยอมรับด้วยว่ามีตำรวจ สภ.บ้านกรวด เรียกตนไปสอบฐานเป็นคนจ้างวานฆ่าลูกเลี้ยงของตัวเอง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะตนไม่ได้ทำ

สำหรับคดีนี้อาจจะมีอะไรที่ซ่อนปมอยู่ แม่นายโต่ย ผู้เสียชีวิต มีลูกคนเดียวกับสามีเก่า แล้วมาแต่งงานใหม่กับนายอัครวัฒน์ มีลูกด้วยกัน 3 คน ครอบครัวนี้ถือเป็นครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ

 

นายโต่ย ออกจากบ้านไปทำงานต่างจังหวัดมานาน จนกระทั่งช่วงโควิด-19 นายโต่ยตกงาน ย้อนกลับมาหาแม่ที่บุรีรัมย์ โดยแม่แบ่งที่ดินให้นายโต่ยด้วยวาจาจำนวน 19 ไร่ ให้ปลูกมันสำปะหลัง ก่อนจะถูกฆ่าตาย นำมาสู่การออกหมายเรียกพ่อเลี้ยงมาสอบว่าได้มีการจ้างวานฆ่าหรือไม่ ขณะที่นายมานพเคยถูกกล่าวหาคดีในลักษณะรับจ้างฆ่า แต่ศาลยกฟ้อง ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลของนายมานพที่ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในครั้งนี้ด้วย.

แผนที่