ฝนไม่ตก 2 เดือน ภัยแล้งคุกคามผืนป่ามรดกโลก 10 หมู่บ้านเดือดร้อนหนัก

1 กันยายน 2566
เกาะติดข่าว กดติดตาม โซเชี่ยล ระยอง

ฝืนป่ามรดกโลกใน อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ฝนไม่ตกมากว่า 2 เดือน ตั้งแต่เข้าฤดูฝน ต้นไม้ ข้าวไร่เหี่ยวเฉาเตรียมยืนต้นตาย สระน้ำแห้ง ชาวบ้านไม่มีประปาใช้ สับปะรดพืชเศรษฐกิจหลักลูกไม่โต ชี้ถ้าฝนยังไม่ตกลงมาอาจเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ภัยแล้งจะเกิดเร็วขึ้นและยาวนานไปจนถึงปี 2567

วันที่ 1 ก.ย. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานหลังได้รับแจ้งจากสมาชิกกลุ่มรักนกเงือกบ้านบางกะม่า ว่าที่บริเวณเทือกเขาหินแผ่น ป่าต้นน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ป่ามรดกโลก ม.1 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดภัยแล้งไม่มีฝนตกในพื้นที่มากว่า 2 เดือน ตั้งแต่เข้าฤดูฝน ทำให้ต้นไม้บริเวณเทือกเขาหินแผ่นเริ่มเหี่ยวเฉา มีสีเหลืองและเตรียมยืนต้นตาย จากการเข้าไปตรวจสอบระหว่างทางขึ้นเขาก็จะพบว่าตลอด 2 ข้างทาง ใบไม้ใบหญ้าเริ่มเหี่ยวเฉา ตลอดระยะทางกว่า 3 กม. จนถึงยอดเขา ยังพบว่ามีการบุกรุกขึ้นไปทำบ้านพักรีสอร์ตบนเขาหลายจุด

 

 

จากการตรวจสอบผ่านโดรน บริเวณยอดเทือกเขาความแห้งแล้งกำลังแผ่วงกว้างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งโดยปกติจะพบในช่วงฤดูแล้ง แต่ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูฝน ทั้งนี้ถ้ายังไม่มีปริมาณน้ำฝนตกลงมาอย่างเพียงพอก็อาจจะส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ในบริเวณดังกล่าว ทั้งสัตว์ป่า และชาวบ้านก็จะได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งอาจจะเกิดภัยแล้งเร็วขึ้นและยาวนานไปจนถึงปี 2567 จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

 

 

นายชูศิลป์ ชีช่วง อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านโป่งกระทิง ต.บ้านบึง อ.บ้านคา พาผู้สื่อข่าว ไปตรวจสอบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่หลังน้ำประปาหมู่บ้าน ม.9 ไม่มีน้ำประปาใช้กว่า 2 เดือน โดยมีนายศุภโชติ บุญยงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9  และนายชัยวัฒน์ ดิษฐ์เหมาะ ส.อบต. เปิดเผยว่าหมู่บ้านมีสระน้ำ อยู่ 2 แห่ง แต่น้ำไม่พอจะสูบเข้าไปใช้ในระบบน้ำประปาเนื่องจากเป็นบ่อน้ำซับผิวดิน และไม่มีปริมาณน้ำฝนตกมากเพียงพอ ทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภค อีกทั้งด้านการเกษตรก็ส่งผลตามมาด้วย อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการสำรวจและเจาะน้ำบาดาลให้กับหมู่บ้าน เพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นไปก่อน

นายชูศิลป์ ชีช่วง กล่าวอีกว่า ตอนนี้เรียกได้ว่าเข้าสู่ขั้นวิกฤติกว่า 10 หมู่บ้านที่เริ่มได้รับผลกระทบกับปรากฏการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะภาคการเกษตร เพราะพืชเศรษฐกิจของ อ.บ้านคา ก็คือสับปะรดที่ขึ้นชื่อจังหวัด หลายคนอาจมองว่ามันเป็นพืชทนแล้งมันไม่ตายแต่มันก็ไม่โต จะทำให้ผลผลิตน้อยลงยืดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวไม่ได้คุณภาพ ส่วนข้าวไร่ที่ชาวกะเหรี่ยงปลูกกันตามเนินเขาและที่ราบเริ่มยืนต้นตายบางส่วนก็เหี่ยวเฉาเพราะขาดน้ำ ต้นไม้ที่อยู่บนเขาในพื้นที่ป่าเริ่ม มีสีเหลือง ใกล้ยืนต้นตาย อีกทั้งสัตว์ป่าก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยและที่น่าวิตกก็คือปัญหาไฟป่าก็จะเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม

 

 

แผนที่