ข่าวการเมือง

เปิดไอเดีย รองผู้ว่าฯ ศานนท์ สานฝันย่านเสาชิงช้า ต่อยอดโมเดลพื้นที่สาธารณะทั่วกรุงเทพฯ

ร่วมพูดคุย และแชร์ความคิดของ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ในหัวข้อภารกิจการเปลี่ยนศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) และลานคนเมือง ให้เป็นพื้นที่สาธารณะหลักอันสำคัญของคนกรุง เพื่อเป็นโมเดลในการนำไปต่อยอดใช้กับพื้นที่ชุมชนต่างๆ ซึ่งโครงการนี้เป็นความหวังของคนในชุมชนละแวกเสาชิงช้า และโมเดลของกรุงเทพฯ เพื่อที่จะมีพื้นที่ที่สร้างประโยชน์ สร้างความรู้ และต่อยอดพัฒนาชุมชน และเศรษฐกิจได้อีกมากมายในอนาคต

การพบปะกันในครั้งนี้ระหว่าง รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ หวังสร้างบุญ กับทีมไทยรัฐออนไลน์ ได้เกิดขึ้นที่ศาลาว่าการกรุงเทพฯ เสาชิงช้า สถานที่ที่ยังคงมีลานกว้าง และวิวทิวทัศน์อันงดงามของวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และกลิ่นอายของงาน Colorful Bangkok Expo 2024 ที่เพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน

การนัดหมายในครั้งนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ ได้ชวนไปนั่งพูดคุยกันที่บริเวณสวนกลางของ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ที่ถึงแม้จะเป็นสวนเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก แต่กลับมีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีกระรอกตัวน้อยวิ่งไปมาราวกับเป็นบ้านของมัน รอบข้างมีการเซตฉาก เตรียมตัวสำหรับงาน Bangkok Design Week 2024 ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้

รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ หวังสร้างบุญ ในท่าทีที่ผ่อนคลายบริเวณสวนกลางของ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ก่อนจะเริ่มบทสนทนาเรื่องของ พื้นที่สาธารณะกรุงเทพฯ ในอนาคต

ก่อนจะเริ่มพูดคุยกันในครั้งนี้ ทางทีมไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามประวัติของพื้นที่ศาลาว่าการกลาง เสาชิงช้า แบบคร่าวๆ ก่อนที่เริ่มเข้าสู่บทสนทนาด้านแนวคิด และการกลับมาดำเนินการต่อยอดพื้นที่สาธารณะ ที่กำลังจะถูกรื้อกลับมาทำให้กับคนกรุงเทพมหานครได้ใช้ในอนาคต

ข้อมูลบนเว็บไซต์ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ในปัจจุบันได้มีข้อมูลถึงการปรับเปลี่ยนศาลาว่าการกรุงเทพฯ 1 (เสาชิงช้า) ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมือง และพื้นที่สาธารณะ เกิดขึ้นในปี 2555 เนื่องจากกำลังจะมีการย้ายศาลาว่าการ ไปยังพื้นที่ดินแดง เพื่อให้ง่ายต่อการทำงานราชการ การประสานงาน และเดินเรื่องเอกสาร

ปัจจุบันแม้ศาลาว่าการกรุงเทพฯ 2 ดินแดงสร้างเสร็จ และเปิดใช้มากว่า 5 ปีแล้ว ก็ยังมีส่วนราชการบางส่วน ที่ยังคงทำงานอยู่ที่ศาลาว่าการกรุงเทพฯ 1 ซึ่งการก่อสร้างที่ล่าช้า อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โครงการ (พื้นที่สาธารณะ) ดังกล่าว ถูกพับลงอย่างช้าๆ และอีกเหตุผลหนึ่ง คือ การเปลี่ยนผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในแต่ละยุคสมัย จึงทำให้โครงการนี้ค่อยๆ เงียบหายไปในกลีบเมฆ

ส่วนลานคนเมืองที่มีลักษณะพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเป็นพื้นที่สาธารณะอย่างมาก แต่ในทางปฏิบัติปัจจุบันมักถูกล้อมรั้ว และพื้นที่ส่วนหนึ่งยังใช้เป็นที่จอดรถของหน่วยงาน กทม. ทำให้การใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะบริเวณดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริง

ทีมงานจึงได้สอบถามไปยัง รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ หวังสร้างบุญ เพื่อสอบถามข้อมูล การอัปเดตถึงแผนงานในปัจจุบัน โดย รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ได้เท้าความถึงที่มาข้างต้นเพิ่มเติมว่า “จริงๆ โครงการนี้เริ่มมานานแล้ว การเปลี่ยนศาลาว่าการกลาง ที่เสาชิงช้า เป็นพิพิธภัณฑ์ หรือเปลี่ยนเป็นอะไรสักอย่างที่เกิดประโยชน์ มีที่มาจากการทำงานที่มันไม่ได้ประสิทธิภาพ เช่น การเดินเอกสารก็ต้องเอาจากที่เสาชิงช้า ไปส่งที่ดินแดง ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยคุ้มค่าที่จะเสียไปเปล่าๆ เท่าไรนัก หรือบางครั้งเรื่องของการนัดหมายที่สร้างความสับสนให้แก่ผู้คนอีกด้วย”

 

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ขณะกำลังเล่าถึงความเป็นมาของแผนงานปรับเปลี่ยน ศาลาว่าการกรุงเทพฯ เสาชิงช้า

“แน่นอนว่าศาลาว่าการกลาง ดินแดง มีพื้นที่ที่เหมาะสม และค่อนข้างกว้างกว่าจึงเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลาง ทำให้พื้นที่ตรงนี้ (ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า) ในพระนครชั้นใน ที่มีการเปลี่ยนผ่านจนปัจจุบันเน้นไปในเชิงของการท่องเที่ยว และมีคนนอกเข้ามาเยอะขึ้น ศูนย์ราชการก็เริ่มขยับขยายออกไปเยอะแล้ว ดังนั้นปัจจุบันเรามีแผนงานที่จะเปลี่ยนแปลงที่ตรงนี้อยู่จริงจังสำหรับ ศาลาว่าการ เสาชิงช้า และอยู่ในขั้นตอนศึกษาว่า และทบทวนกันอีกทีว่าจะเปลี่ยนเป็นอะไร” องผู้ว่าฯ กทม.ศานนท์ กล่าวถึงที่มาที่ไป

 

พื้นที่สาธารณะที่ทุกฝ่ายต้องได้รับประโยชน์สูงสุด

แม้พื้นที่สาธารณะที่ใฝ่ฝันของคนกรุงเทพฯ จะอยู่ในขั้นตอนศึกษา แต่ ศานนท์ หวังสร้างบุญ ให้คำมั่นว่า “ถ้ามันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นมันต้องดีขึ้นแน่นอนครับ” 

รองผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ เล่าเพิ่มถึงเหตุผลที่ว่าทำไมต้องศึกษาพื้นที่ตรงนี้อย่างถี่ถ้วน “มันก็มีหลายประเด็นที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วน ก่อนจะเริ่มทำการเปลี่ยนแปลง ประเด็นแรกเลย คือ พื้นที่ของอาคาร และโดยรอบมีอะไรที่น่าสนใจ มีความสำคัญร่วมกับพื้นที่ชุมชน วัดสุทัศน์ฯ และเสาชิงช้ามากน้อยอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปแล้วพื้นที่ที่กล่าวมานั้นเกิดผลกระทบไปในทิศทางไหน”

“แน่นอนว่าประวัติศาสตร์ หรือแผนงานเดิม มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้เป็น ‘พิพิธภัณฑ์’ ในสมัยนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไปจึงต้องลองกลับไปมองอีกทีนึงว่ามันเหมาะสมจริงๆ หรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าบางคนอาจจะไม่ได้มองพิพิธภัณฑ์ไปในเชิงบวกขนาดนั้น และดูเป็นสถานที่ที่ไม่มีส่วนร่วมกับประชาชนเลย ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจ คือ ถ้าจะต้องเป็นพิพิธภัณฑ์จะต้องออกมาในรูปแบบที่ทันสมัย ออกจากกรอบพิพิธภัณฑ์เดิมๆ ซึ่งอาจจะมีสิ่งดึงดูดอื่นๆ และมีประโยชน์กับคนในอนาคต”

รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ กล่าวเพิ่มว่า “นอกจากนี้คนในพื้นที่นี้ยังยึดโยงกับ เศรษฐกิจที่มาจากราชการเป็นสำคัญ เช่น ตอนเที่ยงมีร้านอาหารที่รองรับพนักงานราชการอยู่ ซึ่งการเปลี่ยนไป ส่งผลกระทบกับพวกเขาแน่นอน เราจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกับสิ่งใหม่นี้ได้”

ฟังก์ชันแรก ที่น่าสนใจของรองผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ศานนท์ เล่าให้ฟัง คือ การที่ทำพื้นที่นี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัย ฉีกกรอบเดิมๆ อาจจะมีพื้นที่ตรงนี้สักหนึ่งโซน เล่าเรื่องราวอดีต-อนาคต โดยใช้คำว่า Bangkok Metropolitan Administration โดยเน้นย้ำตรงคำว่า Administration (การบริหาร, จัดการ) ที่เราอาจทำเป็นห้องที่เกี่ยวกับผังเมือง และแผนงานในอนาคตที่จะเป็น คล้ายกับ City Gallery ที่สิงคโปร์ ที่จะทำให้ประชาชนที่มาศึกษาเรื่องราวได้รับรู้ว่า ปัจจุบันผังเมืองจะเป็นอย่างไร จะเปลี่ยนไปแบบไหน และมีอะไรเพิ่มในอนาคต

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กำลังอธิบายถึง ไอเดียที่น่าสนใจสำหรับการเปลี่ยนแปลง ศาลาว่าการกลางกรุงเทพฯ (เสาชิงช้า)

นอกจากไอเดียแรกที่กล่าวไป ยังมีอีกการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือ การจัดห้องๆ หนึ่งให้ประชาชนได้มาร่วมมีส่วนร่วม (Co-Creation) ในการแสดงความคิดเห็นบนชุมชนที่เขาอยู่ได้ด้วย มากกว่านี้พื้นที่ตรงนี้น่าจะมีประโยชน์กับคนในเขต และพื้นที่โดยรอบ

อีกหนึ่งแผนที่โดดเด่น และไม่ไกลตัวของคนพื้นที่ชุมชน เช่น การทำบัตรประชาชน ศูนย์อนามัย มีพื้นที่ทำกิจกรรมที่ใช้งานได้ทุกวัน อาจจะไม่ใช่สัดส่วนทั้งหมด แต่ต้องทำให้เขารู้สึกว่าที่นี่เป็นของชุมชนด้วย ไม่ใช่แค่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเดียว หรือคนข้างนอกอย่างเดียว ต้องมีฟังก์ชันให้กับคนภายในด้วย

 

ส่วนสำคัญที่สุดเลย คือ สวนสาธารณะของใจกลางศาลาว่าการกลาง เสาชิงช้า อย่างที่ทีมไทยรัฐออนไลน์ และรองผู้ว่าฯ กทม.ได้นั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ถือได้ว่าเป็นโอเอซิสหลักสำคัญ ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งโลเคชั่นที่จะได้ทดลองเร็วๆ นี้กับงาน Bangkok Design Week 2024 ที่จะถึงนี้ โดยจะทำเป็น ศาลา และกระโจมเล็กๆ ที่สวยงาม ดีไซน์โดยทีมงานศิลปากร ให้คนภายนอกให้ได้ลองเข้ามาพักผ่อนนั่งเล่นสบายๆ

“แน่นอนว่าไอเดียทั้งหมดเป็นฟังก์ชันที่อยากจะใส่เข้าไปในพื้นที่สาธารณะ ในศาลาว่าการกรุงเทพฯ ตรงนี้ จุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นพาร์ตของพิพิธภัณฑ์ การมองกรุงเทพฯ ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน หรือเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนนอกได้เข้ามา มีพื้นที่ใหญ่ๆ ในการจัดประชุม และร่วมเสวนา มีฟังก์ชันที่ทำให้คนมารู้จักกรุงเทพฯ มากขึ้น และเนรมิตตรงนี้ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการมาเที่ยวกรุงเทพฯ ได้อย่างสมบูรณ์ และแน่นอนว่าทุกฟังก์ชันที่กล่าวมาทาง กทม. กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษา อาจมีปรับแก้เพื่อให้มีทุกฟังก์ชันนี้ให้มากที่สุด” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

ลดความแออัด เพิ่มการเข้าถึง ด้วยพื้นที่สาธารณะขนาดย่อม

นอกจากพื้นที่สาธารณะในศาลาว่าการกลาง เสาชิงช้า ที่มีแผนที่จะพัฒนาแล้ว ทางกรุงเทพมหานครยังไม่นิ่งนอนใจในการเข้าไปสนับสนุนพื้นที่เล็กๆ อย่างทั่วถึง เพื่อลดความแออัดของพื้นที่ใช้งานจากผู้คนในชุมชน เพิ่มจำนวนการเข้าถึงของคนที่ต้องการใช้บริการให้มากขึ้น

ศานนท์ หวังสร้างบุญ ได้นิยามถึงความหมายที่แท้จริงของพื้นที่สาธารณะว่า “พื้นที่สาธารณะที่ดี ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ใกล้ที่สุด และมีมาตรฐานที่ดี ในแผนระยะสั้น เราจึงต้องขยายพื้นที่รกร้างในแถบชุมชนให้เยอะขึ้นด้วย”

“พื้นที่สาธารณะที่ดี ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ใกล้ที่สุด และมีมาตรฐานที่ดี เราจึงต้องขยายพื้นที่รกร้างในแถบชุมชนให้เยอะขึ้นด้วย” กล่าวโดย ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม.

ศานนท์ หวังสร้างบุญ เล่าถึง การจัดการพื้นที่สาธารณะขนาดเล็กว่า “ต้องยอมรับว่ากรุงเทพมหานคร เราไม่ได้มีพื้นที่เหลือพอที่จะทำสวนสาธารณะเพิ่มได้มากขนาดนั้น นี่เป็นปัจจัยหนึ่งของแผนงาน ที่จะทำการส่งเสริมให้เกิดสวนสาธารณะขนาดย่อม หรือพื้นที่สาธารณะขนาดเล็กแทน”

ศานนท์ เล่าเพิ่มเติมว่า “กทม.เอง มีการเข้าไปจัดการ หรือทำพื้นที่สาธารณะ สวนขนาดย่อม มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สวน 15 นาที ตามนโยบาย ทำให้ปัจจุบันเราทำสวน หรือพื้นที่สาธารณะขนาดเล็กๆ ได้มากกว่า 100 ที่ทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงห้องสมุด ศูนย์นันทนาการ หรือพื้นที่ทำร่วมกับเอกชนที่เข้ามาเอื้อประโยชน์ให้สาธารณะเข้ามาใช้งานได้”

“ถึงแม้การทำศาลาว่าการเนี่ย ถึงแม้จะเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่ทาง กทม. ต้องวางโครงสร้างให้ดีที่สุดเพราะจะอยู่กับคนกรุงเทพฯ ไปอีกหลายๆ สิบปี แต่ถ้าวัดผลและส่งผลกับคนในพื้นที่ที่สุดในปัจจุบันเนี่ย เส้นทางอย่างพวก ‘ใต้ทางด่วน หรือพื้นที่รกร้าง’ พื้นที่เหล่านี้จะส่งผลประโยชน์สูงสุด” 

“กทม.จึงริเริ่มแผนงานจากจุดเล็กๆ เพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วน เป็นพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ เพราะใต้ทางด่วนจะเป็นพื้นที่ที่มีเป็นประโยชน์มาก ในผังเมืองของกรุงเทพฯ จะมีทางยกระดับใต้ทางด่วนที่เวนคืนมาเยอะมาก ส่วนใหญ่จะถูกปล่อยให้รกร้าง ไม่ถูกนำมาใช้งานเสียเท่าไร ปัจจุบันทาง กทม.พยายามจะเข้าไปขอพื้นที่เหล่านี้เพื่อพัฒนาให้กลายเป็นลาน และศูนย์กีฬามากขึ้น ปีนี้เลยมีแผนเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ใต้ทางด่วนนี้ประมาณ 20 แห่ง” ศานนท์ หวังสร้างบุญ กล่าวถึงแผนงานที่น่าสนใจ และสามารถผลักดันได้เลยเบื้องต้น

กรุงเทพฯ ต้องเป็นผู้สนับสนุนที่ดี เพื่อพื้นที่สาธารณะที่คนทุกอุตสาหกรรมวาดฝัน

กทม.ไม่ได้มีหน้าที่รังสรรค์ หรือจัดการงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างที่ได้เห็นกัน แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ได้สรรหาพื้นที่สาธารณะ ดำเนินการสนับสนุน เพื่อประโยชน์ของคนทุกภาคส่วน และทุกอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ

รองศานนท์ กล่าวถึงงานกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ว่า “จริงๆ แล้ว กทม.ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการรังสรรค์พื้นที่เหล่านี้ให้มีสีสันน่าสนใจเสียเท่าไร แต่เป็นภาคอุตสาหกรรมต่างหากที่เป็นหัวใจหลัก จึงต้องยกเครดิตเหล่านี้ให้แก่พวกเขา”

“ตัวอย่างเช่น งาน Colorful Bangkok Expo 2024 ที่ส่วนใหญ่เป็นภาคอุตสาหกรรมที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เราทำ คือ การช่วยเหลือด้านพื้นที่ และอำนวยความสะดวกอย่างสุดความสามารถให้กับทุกคน ทุกอุตสาหกรรม และไม่ทำตัวเป็นอุปสรรค ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนที่ดี เปิดทางให้กับเหล่าอุตสาหกรรม เช่น สมาคมต่างๆ ศิลปิน นักดนตรี ให้ก้าวผ่านปัญหาต่างๆ ไปให้ได้ และง่ายยิ่งขึ้น”

“ผมคิดว่างานที่ผ่านมา คือ การขมวด และสรุปว่ากรุงเทพฯ จะเปลี่ยนไปอย่างไร จากการทำงาน ประสานงาน และร่วมมือกันในหลายฝ่าย หลายอุตสาหกรรม เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีพื้นที่ในการโชว์ศักยภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด”

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ขณะกำลังกล่าวถึง ตัวอย่าง การเป็นผู้สนับสนุนที่ดี ซึ่งเป็นการทำงานระหว่าง กทม. กับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

รองผู้ว่าฯ กทม. ได้กล่าวเสริมอีกว่า “ถ้าเราพูดว่า ‘งานนี้เราไม่มีอำนาจ หรือมีอำนาจแค่นี้ การขับเคลื่อนก็จะไม่เกิด แต่ถ้าเราเป็นผู้สนับสนุนที่ดี งานต่างๆ หรืออุตสาหกรรมเหล่านี้ก็จะขับเคลื่อนได้ง่ายย่ิงขึ้น’ ยกตัวอย่าง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ถ้าเราย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีให้หลัง ตามหนังไทยจะไม่ค่อยมีฉากกรุงเทพฯ เท่าไร ซึ่งหายากมาก เพราะการขอนุญาตถ่ายทำต้องผ่านถึง 5-6 หน่วยงานเป็นอย่างต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในการทำเอกสาร ขออนุมัติ มีหลายขั้นตอน”

“ปัจจุบันเราได้ดำเนินการ ถึงเรื่องของการเป็น ‘ผู้สนับสนุนที่ดี’ เช่น One Stop Service ในการเป็นคนกลาง รับเรื่องมาให้หมด และประสานงานให้ทั้งหมด ทำให้ปัจจุบันในช่วงต้นปีนี้ทำให้มีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ขอดำเนินการมาทั้งหมด 7 เรื่องแล้ว โดยเราก็ได้รับเรื่อง และทำการประสานงานให้ทั้งหมด ไม่ต่างกันกับศิลปินในเรื่องพื้นที่ ไม่สามารถมาหาพื้นที่โชว์ผลงาน เราก็จัดหาพื้นที่เปิดหมวกให้เพื่อให้เขาแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีผลตอบรับที่ดี ศิลปินหลายคนก็เริ่มมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นหน้าที่ของเรา (กทม.)” รองศานนท์ กล่าวปิดด้วยรอยยิ้ม

รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ หวังสร้างบุญ กล่าวทิ้งท้าย เรื่องของความยั่งยืนที่ต้องช่วยเหลือกันในทุกฝ่าย เพื่ออนาคตของกรุงเทพมหานคร

ความยั่งยืนบนพื้นที่สาธารณะที่ต้องร่วมมือกัน

แน่นอนว่าหากพูดถึง ‘พื้นที่สาธารณะ’ การจัดกิจกรรม หรืออีเวนต์ต่างๆ อาจส่งผลมลพิษในด้านต่างๆ ที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องความยั่งยืนที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากไปทั่วโลก และเน้นย้ำถึงการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์

จึงเกิดเป็นหนึ่งคำถามที่ทางทีมไทยรัฐออนไลน์ อยากจะสอบถามถึงการจัดการ ของทาง กทม.ที่ได้เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ว่า จะมีแนวทาง บทบาท และมาตรการการจัดการอย่างไรบ้าง ที่จะสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยลดปัญหานี้ได้

รองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เผยถึงเรื่องนี้ว่า “เราดำเนินงานเหล่านี้ตามมาตรฐานความยั่งยืน และตามนโยบายของท่านผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้ว เช่น การแยกขยะ เลือกใช้วัสดุ และการประเมินผลด้านมลพิษ และการปล่อยก๊าซต่างๆ ส่งผลให้ในทุกๆ เขตของ กทม. ได้แข่งขันกันอย่างจริงจังในเรื่องของความยั่งยืนกันมากขึ้น ซึ่งถ้าหากได้ไปงานของกรุงเทพฯ ก็จะมีการดูแลอย่างจริงจัง และทางเราได้สนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่”

“เรื่องความยั่งยืน ทาง กทม.เอง ได้เข้ามาจัดการ รณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกกิจกรรม แต่ถ้าหากวัดผลแล้วนั้น ทาง กทม.เองอาจทำไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งต้องวัดผลร่วมกันกับความร่วมมือของประชาชนทุกคน ภาคเอกชน และภาครัฐอื่นๆ ว่ามีส่วนร่วม และรณรงค์กันมากน้อยแค่ไหนในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ วิธีการในการมีส่วนร่วม เช่น การใช้ถุงผ้า พกกระบอกน้ำ หรือคัดแยกขยะ เราทุกคนจึงมีหน้าที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยกันสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับประเทศ และกรุงเทพมหานคร” รองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ หวังสร้างบุญ กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : ธนัท ชยพัทธฤทธี

 

Tags
พื้นที่สาธารณะพื้นที่สาธารณะ มีอะไรบ้างลานคนเมือง พื้นที่สาธารณะศานนท์ หวังสร้างบุญแผนงานพื้นที่สาธารณะ กทม.ไอเดีย พื้นที่สาธารณะ กทม.

เรื่องอื่นๆ แนะนำต้องดู

Back to top button