ข่าวทั่วไป

วรุตย์หีบเหล็ก ลูกโหดสารภาพ ฆ่าถ่วงน้ำพ่อ-น้องสาว ทำเพราะแค้น ไม่ได้บ้า

ตำรวจคุมตัวหนุ่มโหด ลวงพ่อ น้องสาว ลงหีบเหล็กนำถ่วงน้ำทั้งเป็น ฝากขังต่อศาลจ.สกลนคร รองผู้การเผย ผู้ต้องหารับสารภาพไม่ได้ป่วยจิต และไม่มีสารเสพติด ลงมือลำพังด้วยความแค้น เนื่องจากพ่อมักขู่จะไม่ให้มรดกและน้องสาวก็เห็นด้วยกับพ่อ สั่งต่อกล่องเหล็กแบบพิเศษ มีล้อ จะได้ผลักลงน้ำได้ด้วยตัวคนเดียว โดยหลอกว่า ในกล่องฟิวเจอร์บอร์ดถ้าสัมผัสความร้อนจากร่างกายมนุษย์ จะพองตัวขึ้นสามารถเป็นที่นอนได้

กรณีลูกโหด ลวงพ่อ น้องสาว ลงหีบเหล็กนำถ่วงน้ำเสียชีวิตทั้งเป็น สุดโหดเหี้ยม 2 ศพ ที่อ.พังโคน จ.สกลนคร  ความคืบหน้า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 10 มกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พังโคน ควบคุมตัวผู้ต้องหาเดินทางไปยังโรงพยาบาลพังโคน ให้แพทย์ทำการตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยบาดแผลที่อาจเกี่ยวกับคดี รวมทั้งการตรวจหาสารเสพติดอีกครั้งท่ามกลางการคุมเข้มของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ซึ่งการตรวจร่างกายใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พังโคนได้ควบคุมตัวนายวรุตย์ ผู้ต้องหา เดินมายังศาลจังหวัดสกลนคร เพื่อขออนุญาตศาลฝากขัง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคุมตัวอย่างเข้มงวด ซึ่งในระหว่างที่กำลังเดินขึ้นรถนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายวรุตย์ว่ามีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ปรากฏว่านายวรุตย์เอาแต่ก้มหน้ามองที่พื้นและไม่ยอมเอ่ยปากใดๆ โดยรถควบคุมตัวนายวรุตย์เดินทางถึงที่ศาลจังหวัดสกลนครเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่ติดตามสังเกตการณ์ หลังลงจากรถตำรวจได้คุมตัวนายวรุตย์เข้าไปด้านในส่วนควบคุมตัวอย่างรวดเร็ว

ด้าน พ.ต.อ.โชคชัย อินทะนิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นที่อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพังโคนได้รับแจ้งว่า พบชายต้องสงสัยมีพิรุธน่าจะก่อเหตุฆาตกรรม ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการตรวจสอบ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบผู้ต้องหาคือนายวรุฒย์ เดชภูมี อยู่ในที่เกิดเหตุมีลักษณะท่าทางเป็นพิรุธ ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงก็พบเสื้อผ้าของผู้ชาย 1 ชุด และรองเท้าของผู้หญิง 1 คู่  ซึ่งชาวบ้านได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ชายต้องสงสัยหรือนายวรุฒย์ มีลักษณะท่าทางที่จะมาก่อเหตุ โดยก่อนหน้านี้มีชาวบ้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ตำรวจจึงสอบถามนายวรุฒย์ ให้การสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมบิดาและน้องสาว โดยใช้วิธีการหลอกให้ผู้ตายทั้งสองเข้าไปในกล่องเหล็กซึ่งได้เตรียมมา แล้วผลักลงน้ำไปทั้งสองคนจนขาดอากาศหายใจ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเมื่อประมาณปลายปี 2566 ได้มีปากเสียงทะเลาะกับบิดาหลายครั้ง และบิดาคือนายประหยัดผู้ตาย มักจะพูดเสมอว่าเป็นทำนองตัดพ่อตัดลูกกัน และมักจะบอกว่าจะไม่ให้มรดก และเมื่อทะเลาะกันทีไรก็จะมีการพูดประเด็นนี้ขึ้นมาตลอด ผู้ต้องหาจึงมีความเครียดสะสม แล้วก็คิดวางแผนในการฆาตกรรมบิดาและน้องสาว ส่วนน้องสาวนั้นจากการสอบสวนพบว่า เด็กพิเศษ ออทิสติก เมื่อพ่อพูดอะไรก็จะเห็นดีงามตามพ่อ ก็เลยเข้าใจว่าน้องอยู่ฝั่งพ่อ เลยมีความแค้นน้องสาวด้วย บวกกับความเครียดสะสม จนลงมือก่อเหตุดังกล่าว

“ทั้งหมดมีการวางแผนอย่างดี จากหลักฐานคือกล่องเหล็กนั้นติดล้อไว้ เพราะเมื่อเอาตัวพ่อกับตัวน้องสาวใส่ไปในกล่องเหล็กได้แล้ว ก็สามารถเลื่อนได้คนเดียวจึงผลักลงน้ำได้เลย ส่วนที่พ่อและน้องเข้าไปอยู่ในกล่องเหล็ก จากคำให้การผู้ต้องหาบอกว่า ได้หลอกพ่อว่าให้ไปดูทำเลตรงจุดเกิดเหตุ โดยโกหกพ่อว่าจะทำบ่อตกปลา พ่อก็คิดว่าลูกชายคือตัวผู้ต้องหาจะทำมาหากิน พร้อมกับหลอกว่า มีฟิวเจอร์บอร์ดในกล่องเหล็ก ถ้าสัมผัสความร้อนจากร่างกายมนุษย์ ฟิวเจอร์บอร์ดจะพองตัวขึ้นและสามารถเป็นที่นอนได้ ให้พ่อเข้าไปลองนอนดู รวมทั้งน้องสาวด้วย ซึ่งเมื่อพ่อและน้องสาวหลงเชื่อ เข้าไปนอนตามที่ลูกชายบอก ผู้ต้องหาจึงใช้โซ่มัดรอบกล่องเหล็ก 2 กล่องแล้วล็อกกุญแจไว้ และด้วยกล่องเหล็กถูกออกแบบมาให้มีล้อ ผู้ต้องหาก็เลยสามารถผลักลงน้ำได้ด้วยตัวคนเดียว

ส่วนข้อสอบถามว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตเวชหรือไม่นั้น เบื้องต้น จากคำรับสารภาพผู้ต้องหาบอกว่าไม่ได้เป็นผู้ป่วยจิตเวช ยอมรับว่ามีสติสัมปชัญญะดี รู้ผิดชอบชั่วดีในขณะลงมือกระทำความผิด และจากการตรวจร่างกายของผู้ต้องหาไม่พบสารเสพติด ทำให้ตำรวจเชื่อว่าการลงมือก่อเหตุของผู้ต้องหาไม่น่าจะเกี่ยวข้องหรือเป็นผลมาจากยาเสพติดหรือเป็นอาการของคนป่วยจิตเวช

สำหรับมีความคดีมีความคืบหน้าไปมาก จากการสอบปากคำผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพ ขณะที่พยานแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชนผู้ที่แจ้งเหตุ ผู้ที่ประสบเหตุ ผู้ที่ใกล้ชิดเหตุการณ์ ต่างก็ให้การสอดคล้องกันว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริง ประกอบกับทางตำรวจได้ให้พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสกลนคร เข้าไปตรวจสอบ เก็บวัตถุพยานและพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ไว้แล้ว จึงเชื่อมั่นว่าสามารถจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย และจากคำให้การของผู้ต้องหาก็บอกว่าวางแผนลงมือกระทำเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมดจะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป แต่เบื้องต้นชื่อว่าน่าจะลงทำเพียงคนเดียว โดยขณะนี้ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นและบุพการีโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกระทำการอันเป็นการโหดร้ายทารุณโหดร้ายต่อผู้อื่น โดยวันนี้ครบกำหนดควบคุมตัวจึงนำตัวไปขออนุญาตฝากขังต่อศาลจังหวัดสกลนคร

 

Tags
ฆ่าถ่วงน้ำลูกฆ่าพ่อลูกโหดสกลนครหีบเหล็ก

เรื่องอื่นๆ แนะนำต้องดู

Back to top button