ปมต้นเหตุ “เจแปนแอร์ไลน์” ชนไฟลุกท่วม “ฮาเนดะ” สนามบินปราบเซียน
อุบัติเหตุเศร้าสลด ที่สนามบินฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเครื่องบินโดยสารเฉี่ยวชนกับเครื่องบินหน่วยยามฝั่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ ทางการญี่ปุ่นกำลังตั้งกรรมการสอบสวนผู้กระทำผิด แต่สำหรับอดีตนักบินวิเคราะห์ว่า สนามบินฮาเนดะ มีความยากในการนำเครื่องลงจอด ไขปมทัศนวิสัยแย่ การตัดสินใจของนักบินต้องเร็วกว่า 5 วินาที แนะนำผู้โดยสารเอาตัวรอด เมื่อเจอเหตุฉุกเฉิน
ทางการญี่ปุ่น กำลังเร่งตรวจสอบเหตุเครื่องบินสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ ชนกับเครื่องบินหน่วยยามฝั่ง ที่สนามบินฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีลูกเรือหน่วยงานยามชายฝั่งเสียชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 1 นาย ส่วนผู้โดยสารสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน 516 สามารถอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 397 ชีวิต ได้อย่างปลอดภัย การสืบสวนหลังจากนี้ จะมีผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแอร์บัส เข้าร่วมตรวจสอบด้วย

ระหว่างการหาต้นเหตุอุบัติเหตุครั้งร้ายแรง สื่อญี่ปุ่นมีการรายงานถึงข้อมูลเบื้องต้นว่า ตอนนี้มีการตรวจสอบการสื่อสารระหว่างศูนย์ควบคุมการบิน โดยมีการอ้างว่านักบินได้รับสัญญาณให้ลงจอดแล้ว และอาจเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนดังกล่าว
เจแปน แอร์ไลนส สายการบินระดับโลกที่ขึ้นชื่อถึงความปลอดภัย แต่ก็ยังเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง พล.อ.ท.ดร.ศุภกฤต อริยะปรีชา รองคณบดีฝ่ายวิชาการและเทคนิค สถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์เฉี่ยวชนของเครื่องบิน ที่สนามบินฮาเนดะ เกิดขึ้นประมาณหนึ่งทุ่มตามเวลาท้องถิ่น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสนามบินฮาเนดะ ตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองคล้ายกับสนามบินดอนเมืองของไทย สนามบินฮาเนดะ ตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวโตเกียว จึงมีผลต่อการบินลงของเครื่องบิน เนื่องจากอีกฝั่งเป็นภูเขา ทำให้มีแรงลมที่ส่งผลต่อการร่อนลงของเครื่องบิน

สำหรับนักบิน สนามบินฮาเนดะ เป็นสนามบินที่นำเครื่องบินร่อนลงยาก ทำให้ญี่ปุ่นต้องสร้างสนามบินนาริตะ ขึ้นมาใหม่ ประกอบกับระหว่างก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงค่ำที่ทัศนวิสัยการบินมองเห็นไม่ชัดเจน เพราะปกติการร่อนลงของเครื่องบิน กัปตันที่นำเครื่องลงจอดสนามบินฮาเนดะ ต้องเลี้ยวไปทางขวาก่อนร่อนลงรันเวย์ ขณะที่กัปตันนั่งฝั่งซ้าย จึงเป็นผลทำให้ทัศนวิสัยมองเห็นสิ่งกีดขวางไม่ถนัด
เมื่อลงสนามบินแล้ว การชนกันของเครื่องบินครั้งนี้ เป็นเครื่องบินโดยสารของแอร์บัส A350 ถือเป็นเครื่องบินที่ใหม่มาก โดยรันเวย์ในสนามบินฮาเนดะ มีทั้งหมด 4 รันเวย์ โดยมี 3 รันเวย์มีขนาดสั้น ส่วนรันเวย์ที่เกิดเหตุเป็นรันเวย์ที่ยาว ถือว่านักบินสามารถนำเครื่องลงได้ดี เพราะล้อแตะพื้นรันเวย์แล้ว แต่จุดที่เฉี่ยวชน เป็นจุดที่เป็นทางเข้ามาในสนามบิน ดังนั้นข้อสันนิษฐานเรื่องปัญหาว่าอาจจะเกิดจากเครื่องบิน มีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย

ประกอบกับเครื่องบินหน่วยยามฝั่งที่มีขนาดเล็ก ไฟส่องสว่างต่างๆ ค่อนข้างน้อย อาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนได้ ส่วนสาเหตุที่ไฟไหม้ คาดว่าตัวเครื่องยนต์ของแอร์บัส A350 อาจถูกเกี่ยวได้รับความเสียหาย และเครื่องบินหน่วยยามฝั่งมีประกายไฟ ทำให้เชื้อเพลิงเกิดการปะทุ
สำหรับนักบินแล้ว ช่วงเวลาที่ล้อเครื่องบินสัมผัสพื้นรันเวย์ และวิ่งมาเพื่อชะลอความเร็ว จะใช้เวลาไม่ถึง 5 วินาที ดังนั้นถ้ามีสิ่งกีดขวางนักบินไม่สามารถหลบหลีกได้ และเมื่อเฉี่ยวชนแล้ว นักบินต้องพยายามประคองให้เครื่องบินอยู่ในรันเวย์ เพราะถ้าหักหลบจะทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งถือว่าโชคดีที่สามารถอพยพผู้โดยสารออกมาได้ทั้งหมด

ส่วนอีกข้อสันนิษฐาน เรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างหอการบินและนักบิน ถือเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแอร์บัส เข้าร่วมตรวจสอบด้วย
เมื่อคณะกรรมการการตรวจสอบและพบผู้กระทำผิดแล้ว จะมีการตรวจสอบสุขภาพจิตของนักบินและผู้ควบคุมในหอบังคับการบิน ซึ่งถ้าพบความผิดอาจมีการถอนใบอนุญาตในการทำงาน และจะมีบทลงโทษทางกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้โดยสาร ช่วงเวลาที่เครื่องขึ้น-ลง เป็นช่วงที่อันตรายมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เครื่องร่อนลง เพราะเชื้อเพลิงจะเหลือน้อย หากเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อขึ้นบินอีก ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นผู้โดยสารควรรัดเข็มขัด และมีสติอยู่เสมอในระหว่างที่เครื่องขึ้นและลง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้มีสติเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือตัวเอง.