ข่าวทั่วไป

แม่ไม่มารับ เจ้าหน้าที่ย้าย “ลูกช้าง” หลงโขลงกลับหน่วย หลังพบรอยเสือโคร่งโผล่

เจ้าหน้าที่ทับลาน ย้าย “ลูกช้างหลงโขลง” ข้ามเขื่อน กลับมาดูแลที่หน่วย หลังปล่อย 3 คืนรอแม่ หวั่นอันตราย หลังพบรอย เสือโคร่ง โผล่ไม่ห่างจากจุดลูกช้าง

วันที่ 11 พ.ย. 2566 นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เผยว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 พ.ย. 2566 ตนพร้อมทีมสัตวแพทย์และอาสาสมัครในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ช่วยกันต้อนลูกช้างป่าเพศผู้ที่พลัดหลงโขลงตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้ากรงที่จัดเตรียมไว้เพื่อเคลื่อนย้ายออกมาจากแนวชายป่าเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี ด้านทิศตะวันออกบ้านตลิ่งชัน

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทำคอกชั่วคราวปล่อยรอแม่ช้างกลับมารับ 3 คืน แต่ยังไร้วี่แวว เพื่อลำเลียงกับมาดูแลอนุบาลยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ ทบ.08 ซึ่งอยู่ห่างออกมาเกือบ 3 กิโลเมตร ซึ่งต้องลำเลียงกรงใส่ลูกช้างที่มีเจ้าหน้าสัตวแพทย์ที่ดูแลเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย เพื่อคลายความวิตกกังวลไม่ให้ช้างเกิดอาการเครียดจนเกินไป เดินทางด้วยรถยนต์ออกมาจากแนวชายป่าเพื่อมาขึ้นเรือที่ผู้นำชุมชนจัดเตรียมไว้

จากนั้นต้องแล่นเรือข้ามเขื่อนมูลบนอีก 2 กิโลเมตร ก่อนย้ายกรงขึ้นรถยนต์เดินทางไปยังคอกที่จัดเตรียมไว้ภายในหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ ทล.3 ตลิ่งชัน อีก 1 กม. ซึ่งตลอดขั้นตอนการลำเลียงเป็นไปด้วยดี ช้างมีอาการตกใจ และกังวลเล็กน้อย ส่งเสียงร้องเป็นระยะๆ อาการลูกช้างตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ดี สุขภาพแข็งแรง กินนมได้ดี

แต่มีเรื่องที่น่ากังวลก็คืออาการบาดเจ็บที่ขาหลังด้านขวาที่มีอาการบวม นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่ากระบกคู่ ได้ทำการประคบเพื่อลดอาการบวมในบริเวณขาหลังด้านขวาของลูกช้างป่าที่ผลัดหลง เพื่อบรรเทาอาการบวม และทำการเอกซเรย์ (X-ray) ในบริเวณขาหลังด้านขวา ผลยังไม่แน่ชัด เนื่องจากยังเด็กเกินไป และได้ฉีดยาเพื่อลดอาการปวดลดอักเสบแล้ว โดยทีมสัตวแพทย์จะดำเนินการดูแล และรักษาจนหายเป็นปกติ

ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องเคลื่อนย้ายลูกช้างออกจากแนวเขตป่า เนื่องจากการติดตามสังเกตโขลงช้างที่คาดว่าลูกช้างเคยอาศัยอยู่ด้วยที่มีอยู่ประมาณ 30 ตัว ออกจากจุดที่พบลูกช้างไปค่อนข้างไกลแล้ว จึงเป็นเรื่องยากที่จะหวนกลับมารับลูกช้างกลับเข้าโขลงอีกครั้ง ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบพบร่องรอยของเสือโคร่งอยู่ห่างจากจุดที่ทำคอกพักพิงชั่วคราวให้ลูกช้าง จึงจำเป็นต้องนำตัวลูกช้างออกมาเพื่อความปลอดภัย และสะดวกต่อการตรวจรักษาดูแลลูกช้าง เพราะพื้นที่ที่ต้องเข้าไปดูแลรักษาลูกช้างนั้นค่อนข้างยากลำบาก จึงต้องเคลื่อนย้ายลูกช้างมา โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำท้องถิ่นทั้งเทศบาลตำบลจระเข้หิน และ อบต.จระเข้หิน เป็นผู้ประสานงานนำเรือมาช่วยลำเลียงจนประสบความสำเร็จด้วยดี

หลังจากนี้ สัตวแพทย์จะรักษาตามอาการอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกช้างกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง และจะได้นำมาพิจารณาการให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไปว่าจะนำช้างกลับเข้าสู่โขลงได้หรือไม่ อาจจะต้องหาช้างแม่รับมาดูแลสอนสัญชาตญาณในการดำรงชีวิตให้กับลูกช้างป่าตัวนี้ต่อไป.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Tags
ช้างหลงโขลงลูกช้างหลงโขลงอุทยานทับลาน

เรื่องอื่นๆ แนะนำต้องดู

Back to top button