ศาลนนท์ยกฟ้องคดี แซน วิศาพัช ฟ้องแม่แตงโมกับทีมกฎหมาย หมิ่นประมาท เรียก 50 ล้าน

9 ตุลาคม 2566
เกาะติดข่าว กดติดตาม โซเชี่ยล ระยอง

ศาลจังหวัดนนทบุรี พิพากษายกฟ้องคดี “แซน วิศาพัช” ฟ้องแม่แตงโมพร้อมทีมที่ปรึกษากฎหมาย ข้อหาหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ปมถูกกล่าวหายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำพิพากษาในคดีดำ เลขที่ อ.274/66 คดีที่นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน วิศาพัช เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน กับพวกอีก 2 คน หลังแจกเอกสารให้สื่อหน้าศาลเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 66 โดยกล่าวว่า แซน วิศาพัช มีพฤติกรรมเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา ลูกสาว จึงขออำนาจศาลให้เพิกถอนการประกันตัวในชั้นศาลของแซน วิศาพัช

ซึ่งต่อมาทางแซน วิศาพัช ได้มอบหมายให้นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้องนางภนิดา แม่ของแตงโม กับทีมที่ปรึกษาและทนายความอีก 2 คน ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยการฟ้องตรงกับศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 66 แซน วิศาพัช พร้อมทนายความ ตัดสินใจเดินทางมาถอนฟ้องในคดีหมิ่นประมาทกับนางภนิดา แม่ของแตงโม พร้อมเปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจถอนฟ้องคุณแม่ของแตงโมนั้น เชื่อว่าเอกสารในลักษณะที่หมิ่นประมาทที่นำมาแจกจ่ายให้กับสื่อที่หน้าศาลในวันนั้น นางภนิดาแม่ของแตงโม ไม่น่าที่จะเป็นผู้จัดทำเอกสารมาเผยแพร่แจกจ่ายได้ด้วยตัวเอง เชื่อว่าแม่ของแตงโมทำไปตามคำสั่งของที่ปรึกษา จึงตัดสินใจเดินทางมาถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่เรียกค่าเสียหายไปด้วย 50 ล้านบาท กับทางศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งให้ถอนฟ้องนางภนิดา ตามที่ฝ่ายโจทก์ได้ยื่นเรื่องมา ส่วนที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของนางภนิดา ทางแซน วิศาพัช ไม่ได้ถอนฟ้องด้วย ศาลจังหวัดนนทบุรี จึงมีคำสั่งนัดฟังคำตัดสินในเช้าวันนี้

โดยศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ทางฝ่ายโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันว่าจำเลยที่ 2 และ 3 เป็นผู้แจกเอกสารให้กับผู้สื่อข่าวในวันเกิดเหตุ เมื่อไต่สวนแล้วพบว่า ผู้สื่อข่าวได้รับเอกสารดังกล่าวจากตัวแทนของจำเลยที่ 1 เท่านั้น การที่โจทก์อ้างว่า เป็นหมิ่นประมาทและดูหมิ่นโจทก์ด้วยการโฆษณาคงปรากฏเพียงข้อความที่จำเลยที่ 2 กล่าวถึงพยานหลักฐานในคดีว่า อาจมีผลในทางบวกเท่านั้น กับการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยที่ 1 อยู่ร่วมด้วยในการสัมภาษณ์ของจำเลยที่ 1 กับผู้สื่อข่าวในขณะเกิดเหตุ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานหรือพฤติการณ์อื่นใดที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 มีส่วนร่วมในการจัดทำเอกสารหมายหรือกล่าวถ้อยคำในลักษณะยืนยันข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จหรือใส่ความ โดยยืนยันข้อเท็จจริงให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเชื่อและเกิดความรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชัง อันจะเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ จึงยังไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 2 และ 3 ได้ว่า มีส่วนร่วมกระทำความผิดดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ 2 และ 3 จึงไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 393

พิพากษายกฟ้องทั้ง 2 คนที่เหลือ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางฝ่ายโจทก์ได้ยื่นถอนฟ้องจำเลยที่ 1 (แม่แตงโม) ไปก่อนหน้านี้แล้ว.

แผนที่